ช่วงนี้กระแส
ไมเคิลฟีเวอร์ ยังไม่เจือจางลงเท่าไหร่
เห็นยังมีข่าวออกมาเรื่อยๆ และช่วงนี้เองก็จะได้ยินเพลงไมเคิลบ่อยขึ้นไปด้วย
วันวานก่อนท่านพี่ซื้อแผ่น Micheal Jackson มาวางทิ้งไว้
เราก็นึกอยากฟังขึ้นมาเลย ขอวิสาสะแกะฟังซะหน่อยด้วยความคิดถึง
แต่แล้วต้องให้ได้เสียความรู้สึกกับความมักง่ายของสินค้าที่เรียกว่า
ลิขสิทธิ์ ของแบรนด์ดัง อย่าง Sonyมาดูรูปแบบแพ็คเกจกัน ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรแต่ทำซะอย่างกับหนังแผ่นโล๊ะสต๊อก ด้วยซองกระดาษซิวพลาสติก

ราคา129บาท แค่นี้ก็อาจจะสมราคาแล้วก็ได้ เรื่องนี้ช่างมันไม่คิดมาก ผ่านไป

แต่ต้องมาเสียความรู้สึกจริงๆกับครั้งแรกที่ใส่แผ่นเข้าไปแล้ว autorun ขึ้นมา
โอววว....พระเจ้า!!!นี่เรากำลังเปิดแผ่น
แวม**อยู่หรือแผ่นที่ฝากเพื่อนไรท์เนี่ย!!
มีไฟล์เพลงทั้งหมด33เพลง แต่ที่ตกใจคือการตั้งชื่อไฟล์อย่างเดียว ไม่มีการใส่
Basic Info ขนาดแผ่น
แวม***ยังใส่มาบ้างถึงจะไม่ครบก็เถอะ
ส่วนขนาดไฟล์ก็ให้มาขนาด Bitrate 128 Kbps ทั้งแผ่นกินพื้นที่เพียง165M จาก 600M
ซึ่งเดี๋ยวนี้แผ่น
แวม***เริ่มอัพเกรดเป็น 192 kbps บ้างแล้ว
ไม่แน่ใจว่า ลิขสิทธิ์ เขาให้เท่านี้ก็พอแล้วหรือว่ายังไง ทั้งที่โหลดเพลงจากเน็ตก็จะได้ระดับ Bitrate 320 Kbps (CD Quality)
ลองฟังดูก็คุณภาพเสียงก็ดีไม่มีตกร่องแต่อย่างใด
แต่จากที่ฟัง 320 Kbps เทียบกับ 128 Kbps กับเครื่องเสียงคุณภาพมาเยอะ
ก็พอจะบอกได้ว่ามีความต่างชั้นเรื่องย่านเสียงพอควร
มาตกใจกันต่อ.... เมื่อนำไฟล์เพลงของแผ่นลิขสิทธิ์นี้มาวางในโปรแกรมเล่นเพลง
ก็จะงงเต๊ก!!!!
เมื่อเจอแทรกเพลง1-17 ถึง2รอบ!! ทำไมมัน2รอบ(17x2=34)นี่หว่า!!! เพลงมันมี33เพลงนะ!!!อ๊ะ!! เมื่อสังเกตุดีๆ เพลงที่13ของรอบสองหายไป อ้อ...มิน่าล่ะ
แล้วทำไมถึงวนแค่17เพลงล่ะ ทำอย่างกับเครื่องเล่น CD โบราณที่อ่านได้แค่17แทรค
โอววววว.... จ๊อททำไมถึงทำกับซาร่าได้เช่นนี้!!!!!!!บางคนอาจจะไม่ค่อยคิดมากอะไร ก็ฟังได้เหมือนกัน
ม่ายย...มันไม่ใช่แบบนี้ นี่มันแผ่นแท้ของSonyเชียวนะ!!!!
ไหนๆก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ก็เลยจะรวดอธิบายสิ่งที่จะทำในของแท้หน่อยสิ
คิดว่าแค่ ใส่ชื่ออัลบั้ม ชื่อคนร้อง ชื่อเพลง ปี ประเภท จะเพิ่มต้นทุนเป็นสิบล้านเลยรึไง
ขออนุญาตเปรียบเทียบกับตัวอย่างที่ดีหน่อยนะครับ
ไฟล์เพลงนึงจากแผ่นMicheal ซึ่งไม่มีการกรอกอะไรเลย

กับไฟล์เพลงอนิเมยอดฮิตเรื่องนึงที่ ใส่รายละเอียดครบ แม้กระทั่ง ใส่ปกให้เสร็จสรรพ
ดูสิซาร่า!!! มันดูดีกว่ากันเยอะเลยประโยชน์ของการใส่ Basic Info อย่างที่เห็นได้ชัดเจน- สามารถทราบและเรียงลำดับเพลงได้ถูกต้อง
- สามารถเช็คข้อมูลของเพลงต่างๆได้ เช่น ชื่อศิลปิน ชื่ออัลบั้ม ปีที่ออก แนวเพลง อื่นๆ
- สามารถเข้ากับระบบของซอฟท์แวร์หรือฮาร์ตแวร์ที่รองรับได้
ยกตัวอย่าง เช่น ลองก๊อฟเพลงจากแผ่นไมเคิลลงมือถือไปฟัง
ผลที่ออกมาก็คือ...

-ขณะโชว์ในลิสเพลงชื่อเพลงว่า Track 1 (ตรูจะเลือกเปิดถูกไม๊เนี่ยว่าเพลงอะไร)
-ค้นรายละเอียดของเพลงก็ไม่รู้อะไรซักอย่าง (ยังดีว่าเครื่องยังเช็คได้ว่า กี่M กี่นาที กี่Kbps)
-เมื่อเล่นดู ก็ไม่โชว์อะไรแน่นอน ก็ฟังได้อย่างเดียว ถ้าไม่รู้จักเพลงที่เปิดก็คงไม่รู้อะไรเลย
กลับมาดูตัวอย่างเพลงที่ใส่ Basic Info อย่างครบถ้วน
ผลที่ออกมาก็คือ...

-ขณะโชว์ในลิสเพลงชื่อแสดงอย่างถูกต้อง ถ้าชื่อยาวเกินก็จะสกอร์เลื่อนดูได้
-เมื่อค้นรายละเอียดของเพลงก็บอกข้อมูลพื้นฐานที่ควรมีอย่างครบถ้วน
-และเมื่อเล่นดู ก็จะบอกชื่อเพลง ชื่อศิลปินและปกอัลบั้มอย่างสวยงาม เผื่อใครนึกหน้านักร้องไม่ออก
ดูสิซ่าร่า!!!เห็นความแตกต่างนี้ไม๊~~ของลิขสิทธิ์ที่ควรจะมีอะไรที่ครบกว่ากลับไม่มี แผ่นแถมเนื้อเพลงก็ไม่มี
แล้วถ้ามันขายไม่ดีมาจะโทษใครดีเหรอ
ส่วนตัวคิดว่า มักง่ายและฉวยโอกาสมากไปหน่อย อาศัยช่วงที่กระแสดัง รีบๆปั้มแผ่นมาขาย
แบบนี้มันเหมือนหากินกับความตายของคนอื่นเลย...