ขอลองเขียนบทความหน่อยละกัน
ก็ประเดิมด้วยการเปรียบเทียบแชสซีรถทามิย่าก่อนเลย เพิ่งเอาของเข้าบ้านใหม่หมาดๆ โดยเฉพาะพวกบรรดากล่องรถแดรชทั้งหลาย
บทความแรกจะเทียบโครงที่ออกใหม่ล่าสุด (ไม่ล่าสุดแล้วเพราะ Super-1 เขาจะมี Super-2) ที่ผมมีกับมือตัวเองก่อน
SUPER-X กับ SUPER-XX
หลายๆคนคงจะคุ้นเคยกับแชสซีนี้ เป็นแชสซีที่ว่ามอเตอร์จะใส่ด้านท้องรถ (แปลกดี ชอบด้วย) เมื่อไม่นานมานี้ ทามิย่า ได้ออกแชสซีใหม่ก็คือ SUPER-XX เป็นแชสซีใหม่ที่พัฒนาจาก SUPER-X แต่มีแค่เปลี่ยนรายละเอียดนิดๆหน่อยเอง ก็คือไม่ต่างกันกับ SUPER-X มากนัก เอาหละก็เดี่ยวจะให้รู้จักับแชสซีนี้กัน
โพสนี้ผมขอเอารถ MAX BREAKER ทั้งสองคันมาเปรียบเทียบก็แล้วกัน

ซ้าย - MAX BREAKER CX-09 คันนี้แชสซีเป็นคาร์บอนไฟ บนแชสซี SUPER-X
ขวา - MAX BREAKER คันนี้แชสซี บนแชสซี SUPER-XX (แชสซีไม่ใช่คาร์บอน ไม่แน่ใจว่าธรรมดา)
เริ่มแรกก่อนเลยผมจะให้ดูภาพเปรียบเทียบแชสซี

ซ้าย - SUPER-X
ขวา - SUPER-XX
ถ้าเรามองขนาดความกว้าง ความยาวของแชสซีทั้งสองนี้แล้ว เท่ากันทุกประการเลยหละ
แต่ SUPER-XX ตรงด้านหน้ามันยาวกว่า ไม่ใช่ไรหรอกครับ ใส่อุปกรณ์เสริม ซึ่งมากับกล่องตอนซื้อ

ถ่ายด้านหน้าของแชสซี SUPER-X

ถ่ายด้านหน้าของแชสซี SUPER-XX อย่างที่ผมบอกตอนแรกว่า มันดูกว้างเพราะมีอุปกรณ์เสริม

ปีกกลางของแชสซี ด้านซ้ายเป็น SUPER-X ส่วนด้านขวาเป็น SUPER-XX เห็นได้ชัดว่าเปลี่ยนไป
และก็ตรงปีกกลางของ SUPER-XX จะเป็นรูใส่ 3 รู (เขาออกแบบมาเพื่ออะไรบางอย่าง น่าคิด....)

ลองพลิกมาดูด้านนึง

ลองดูที่ว่า 3 รูว่ามันขนาดไหน

ก้ามปูหลังที่แถมมากับกล่อง รุ่นเก่าเป็นแบบที่ยึด 2 อัน เข้าใจว่าตอนนั้นยังเป็นก้ามปูที่ยึดอันเดียว
แต่พอมา SUPER-XX ก็เป็นแบบที่ยึดรูเดียว จริงๆก็ไม่ต่างอะไรมากนัก ความแข็งแรงแบบที่ยึด 2 อัน
จะยึดได้แน่นกว่าแบบที่ยึดรูเดียว
แต่ที่ยึดแบบใหม่นี้เป็นอันแรก ที่มีรูให้ใส่อะไรตอไรได้ ปกติแล้วก้ามปูที่แถมมาให้ จะมีรูให้ใส่โรลเลอร์ ตรงกลางจะไม่มีเลย (ถ้าไม่นับ MS-Chassis อันนั้นมันติดกับแชสซีส่วนหลังเลย)

ปิดท้ายเปรียบเทียบความแตกต่างก็เอาด้านหน้่ามาพลิกให้ดู จะเห็นว่า SUPER-XX จะมีรูเพิ่มอีก 2 รู อันบนจะเป็น SUPER-X อันล่างจะเป็น SUPER-XX
งั้นต่อเลยหละกัน
มาดูมอเตอร์ของทามิย่าบ้าง

อันนี้คือมอเตอร์ที่ผมมีกับมือตอนนี้
อันบนจะเป็นแบบสองหัว (คบไม่ได้ เอ้ยไม่ใช่แล้ว) ใช้สำหรับมินิโปร (เดี่ยวตอนท้ายของเรปนี้จะเอาให้ดูคร่าวๆ)
จากซ้ายไปขวา
Hyper-Dash Pro / Rev-Tuned / Atomic-Tuned / Torque-Tuned
(ตอนนี้มีมอเตอร์ใหม่ของทามิย่าแบบ 2 หัวน่าจะเทียบเท่า Atomic หรือ Torque)
อันล่างเป็นมอเตอร์หัวเดียวหลายๆคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว
จากซ้ายไปขวา
Passma / Hyper Dash 2 / Rev / Atomic / Torque / Touch / มอเตอร์ขาว

เริ่มแรกเลยมอเตอร์ขาว เป็นมอเตอร์ธรรมดามากๆ (แต่บางคนเอามารันจนแรงวิ่งหลุดรางได้) มอเตอร์นี้จะพบได้กับรถใหม่ที่มีมอเตอร์มาให้ (เดี่ยวนี้ทามิย่าเขาให้มอเตอร์แล้วนะ แต่ก่อนซื้อรถราคาแพงว่าชาวบ้าน มอเตอร์ไม่มีมาให้) ส่วนแบบสองหัวหน้าตาจะคล้ายๆกัน (ดันทำหายไปอีก ขออภัยด้วย)

มอเตอร์สีเขียว คงไม่ใช่มอเตอร์อนุรักษ์ธรรมชาติหรอกนะ หรือ Touch Dash แน่นอนว่าคำว่า Touch แปลว่าจับ ก็คืองี้ปกติแล้วถ้าเราปล่อยให้มันไปไหนก็เรื่องมันชนโน้น เดี่ยวกระเด็นวิ่งต่อไปทางนี้ แน่นอนว่าลองเอา Passma ใส่คงได้หอบเหนื่อยกันทุกคน แต่มอเตอร์นี้จะวื่งช้ากว่ามอเตอร์ตัวอื่น (สงสัยเผื่อให้เราวิ่งไล่ทัน) เมื่อชนกับสิ่งกีดขวางเข้า มอเตอร์จะดับทันที ทั้งๆที่สวิตช์รถยังอยู่ ON
ทีนี้ถ้าจะให้มอเตอร์ทำงานเพียงเอามือไปหมุนตรงล้อ หรือไม่ก็ ปิด-เปิด ใหม่ (แต่ผมมักจะเอามือไปหมุนที่ล้อ)
มอเตอร์นี้อาจจะไม่เหมาะกับพวกล้อเฟือง เพราะเราไม่สามารถเอามือหมุนล้อเฟืองเพื่อให้มันทำงานต่อได้ (ล้อเฟืองมันมีกลไลของมันข้างในตัวล้อ) และก็ถ่านจะหมดลงเรื่อยถ้าไม่รีบปิดสวิทซ์

มอเตอร์ส้ม หรือ Torque Tuned เป็นมอเตอร์ที่มีเน้นแรงบิด (เทียบกับส้ม เทา ม่วง/น้ำเงิน) มากที่สุด หลายๆคนเคยได้ยินว่าเหมาะกับการเข้าโค้ง เพราะแรงบิดของมอเตอร์ กับ ความไม่แรงของมอเตอร์นี้ทำให้รถไม่หลุดรางในทางโค้ง แต่ในวงการแข่งหละก็ หากมอเตอร์ใช้งานสักพัก แล้วอยู่ในจังหวะที่ได้รอบเพิ่ม มันจะแรงขึ้นพร้อมแรงบิดมากมาย เคยลองเอารถล้อใหญ่มินิโปร แล้วสวมมอเตอร์ชนิดนี้ดู โอ้...แรงกระจายเลยหละ

มอเตอร์เทา หรือ Atomic Tuned เป็นมอเตอร์ที่มีออกแบบมามีความบาลานซ์ที่สุดใน 3 โลก (เทียบกับส้ม เทา ม่วง/น้ำเงิน) รอบจะมากกว่ามอเตอร์ส้ม แต่แรงบิดทอนลงมา ก็เพื่อเป็นกลางๆไงหละ มันเหมาะกับสนามแข่งทุกสภาพเพราะรอบก็พอดี แรงบิดก็กลางๆ แต่มีข้อเสียที่กินถ่านไวมาก (ประสบการ์ณที่เล่นมา) แต่ใครจะเชื่อหละว่ามอเตอร์นี้ไม่ต้องเปลี่ยน ดัดแปลง มีคนบางคนเขาทำให้มอเตอร์นี้แรงไล่ Hyper Dash 2 ได้ รถผมคันนึงหละที่เคยลองทำมอเตอร์นี้เอาไปวิ่งที ด่ามัน "จะรีบไปไหนฟ่ะ"

มอเตอร์ม่วง / น้ำเงิน หรือ Rev-Tuned เป็นมอเตอร์ที่มีรอบมากๆ แต่แรงบิดน้อยที่สุดใน 3 โลก (เทียบกับส้ม เทา ม่วง/น้ำเงิน) มอเตอร์นี้เรียกว่าถ้าทางตรงยาวๆ เสร็จมันออกตัวแรงจะช้า แต่ไปนานๆเข้าจะได้ความเร็วเพิ่ม แต่สนามแข่งทามิย่าส่วนใหญ่แทบไม่มีทางตรงยาว บทบาทมอเตอร์นี้หาแทบไม่ค่อยได้จริงๆ แต่เดี่ยวสักพักว่าจะเอาทำวิชาหน่อยว่าจะรีดได้เท่าไร

มอเตอร์แดง หรือ Hyper Dash ในอดีตที่เคยมีคนรู้จักกันว่า "ดำ-แดง" อันนี้เป็นภาคสอง สมัยก่อนดำแดงของแท้ต้องแรงจัด ของปลอมเป็นแค่มอเตอร์ธรรมดา ถามว่าแรงมั๊ยก็แรงเลยหละ ส่วนใหญ่แล้วใครจะดวลความแรงก็เอามอเตอร์นี้มาประชันกัน โดยเฉพาะมินิโปร เอามอเตอร์ไปทำวิชา แล้วทำให้ชิ้นส่วนรถลื่นวิ่งประมาณรถก้าง (พวก 3 ล้อ) ได้เลย

ใครต่อใครหลายๆคนได้ยินเสมอว่ามอเตอร์ที่่แรงที่สุดของทามิย่าคือ Passma เป็นมอเตอร์ที่มีรอบมากที่สุด แต่แรงบิดไม่ใช่นะซึ่ง Ultra-Dash จะมีมากที่สุด สังเกตว่าขาไฟของมอเตอร์ที่ว่านี้ เป็นแบบชนิดเงิน ไม่ใช่ขาไฟทองแดง
มอเตอร์นี้ใครคิดจะเล่นต้องทำใจหน่อยนะครับว่า หากรถหลุดรางไปอาจจะทำให้รถของท่านเปลี่ยนสภาพทันที เช่น บอดี้แตก หัก แชสซีร้าว แชสซีแตก หรืออาจจะโชคดีก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เคยนะที่รถหลุดรางแล้วมีชิ้นส่วนนึงกระเด็นออกไปหลายเมตร

ปิดท้ายเรื่องมอเตอร์ ผมเอามอเตอร์ที่ปลดระวางจากสนามแข่ง มาแกะให้ดูแกนมอเตอร์ จะเห็นแกนมอเตอร์มินิโปรจะยาวกว่าแกนมอเตอร์แบบหัวเดียว
ให้ทายว่าผมแกะจากมอเตอร์อะไร ?
ปิดท้ายด้วยเรื่องของเฟือง
เฟืองก็เป็นอีกบทบาทนึงของการเอาชนะกันในการแข่ง หรือ การเล่นได้ ใช่ว่ามอเตอร์จะต้องแรงอย่างเดียวเสมอไป

เฟืองในภาพนี้หลายๆคนคงจะรู้จักกันดีอยู่แล้วว่าเฟืองที่อยู่ด้านซ้ายจะติดอยู่แกนเพลาล้อ
ส่วนอันขวาจะเป็นเฟืองที่อยู่ระหว่างเฟืองมอเตอร์ กับเฟืองเพลา นั่นเอง
เรียงจากบนลงล่าง
5:1
4.2:1
4:1
3.5:1
บางคนรู้แล้ว แต่บางคนไม่ทราบว่าเลขทดนี้คืออะไร ก็สรุปเอาง่ายๆ
รอบมอเตอร์หมุน : ล้อหมุนครบ 1 รอบ
เลขค่าที่ว่านี้ถ้าเลขสูงมากๆคือ 5:1 จะเป็นมอเตอร์ที่มีแรงบิดมาก แต่ความเร็วจะไม่สูง
แต่ถ้าเลขที่มีค่าน้อยอย่าง 3.5:1 จะเป็นมอเตอร์ที่มีแรงบิดไม่มาก แต่ความเร็วจะสูงกว่า
เหมือนเอาง่ายๆ 5:1 ประมาณเกียร์แรกๆของรถ แต่ 3.5:1 ประมาณเกียร์สูงๆ ได้
แต่ทีนี้ขอติดไว้เดี่ยวกลับมาต่อตอนหลัง คือ เฟืองเนี่ยมันจะมีฟันผมรู้ว่าถ้านับแล้วได้ฟันเท่าไรอะไรยังไง
เดี่ยวกลับมาต่อเรื่องนี้อีกที
เฟืองรถทามิย่าสมัยมอเตอร์หัวเดียวจะเป็นลักษณะฟันต่อแบบเรียงๆกัน

อันนี้หน้าตาของเฟืองของมินิโปร ดูเหมือนเผินไม่มีอะไรต่างๆจากรุ่นเก่าๆ แต่สังเกตดีๆว่าตรงเฟืองตัวกลาง ที่เป็นเฟืองสีน้ำเงินตรงฟันชั้นใน

แต่มีข้อสังเกตแปลกๆอย่างนึง เฟืิอง 3 ตัวที่อยู่ในรถนับจากเฟืองเพลา เฟืองประสาน เฟืองหัวมอเตอร์ จะเรียงต่อกันแบบนี้
ถ้าให้ดูภาพต่อไปนี้

จะเห็นว่าการวางขับเฟืองไม่เหมือนอย่างที่เห็นชัด ของเฟืองมินิโปร
เกียร์ของมินิโปรมี 2 อันคือ
4:1 จะเป็นสีน้ำเงิน-ส้ม
3.5:1 จะเป็นสีเขียว-ชมพู
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ ส่วนภาพเอาไปใช้ได้เลย